รีวิวฉบับบ้านๆ ของเจ้าใหม่หมด All New Isuzu D-Max
6 votes, 3.00 avg. rating (62% score)
รีวิว All new ISUZU D-max นี้ เป็นของทางคุณ boyseries ครับ ซึ่งทางทีมงานของ ISUZUCLUB ได้รับการอนุญาตเพื่อนำมาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว มาเริ่มกันเลยครับ
ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกไว้ก่อนว่าทุกอย่างเป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ หากไม่ถูกใจใครเข้าก็ขอให้เข้าใจด้วยครับ และหากมีข้อผิดพลาดใดๆ ต้องขออภัยด้วยนะครับ และรบกวนแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องให้ผมด้วยนะครับ ผมรับฟังทุกความเห็นครับ
เจ้ารถที่จะเอามาให้ดู ทุกคนในรัชดาแห่งนี้คงรู้จักกันดีครับ All New Isuzu D-Max ตัวนี้เป็นรุ่น Hi-Lander 2.5 VGS Z DVD M/T ครับ สีนี้เรียกว่า เงินแม็กซิกัน Mexican Silver ครับ ถ้าเอาภาษาไทยๆ ผมว่าคงจะเป็นสีเทาฟ้าครับ

ก่อนที่จะได้เจ้าใหม่หมดคันนี้มาขับ โจทย์ของผมก็คือ โมเดลใหม่เท่านั้น ประหยัดน้ำมัน เครื่องไม่เกิน 2.5 เกียร์ธรรมดา ความเร็วความแรงไม่เน้นเพราะไม่ได้ขับเร็วหรือบ้าพลังอะไรกับเขา ศูนย์บริการต้องอยู่ในเกณฑ์ดี ไปที่ไหนก็มี ประมาณนั้นครับ

จากเดิมอยู่ที่บ้านใช้ Isuzu TFR ภาษาเราๆ เรียกว่ามันกรทอง เป็นตัวหน้ายิ้่ม 90hp ซึ่งใช้มาก็ไม่มากเท่าไหร่ 34x,xxx ก.ม. ในเวลา 15 ปี เดินทางไปไหนมาไหน ไม่เคยงอแงหรือมีปัญหากลางทางเลย เครื่องยังเร่งขึ้นดี ไม่กินน้ำมันเครื่อง ไม่มีควันดำ แต่ล่าสุดเพิ่งเปลี่ยนเกียร์ยกลูกไป เพราะตอนที่ผมหัดขับใหม่ๆตอนอยู่ ม. 4 เคยจะเลี้ยวเข้าบ้านแล้วลืมเหยียบคลัช เครื่องดับคาเกียร์ 5 เลยต้องซ่อมเกียร์ไป 1 รอบ จากนั้นมาก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา 10 ปีแล้วมันก็เกิดอาการพัง ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนยกลูกซะเลยจะได้จบๆ ยังไงก็ยังเก็บไว้ใช้อยู่ดี

เอาละ เล่าเรื่องไร้สาระมายาวเกินไปละ เข้าเรื่องต่อ เมื่อลองพิจารณาหลายๆอย่างแล้ว ตัวเลือกที่มีเหลืออยู่ 3 ตัวคือ Ranger T6, Chev Colorado, New D-Max ส่วน Mazda BT-50 Pro อันนี้ ดีไซน์ไม่โดนเลยขอผ่าน ส่วน Navara Triton ก็โมเดลเก่าขอผ่านเลย ส่วน Vigo Champ เนี่ยไม่มีอยู่ในความคิดเลยสักนิดเดียว ส่วนตัวผมอคติกับยี่ห้อนี้มาก

จากนั้นก็เลยนั่งคิด 3 ตัวเลือกทื่เหลือ ตัวแรก Ranger T6 ภายนอกดูคันใหญ่ดีนะ ดุดัน จะสังเกตุเห็นว่าชาวรัชดาเชียร์กันเพียบ พอดูด้านในก็ถือว่าจบสำหรับผมเพราะนรู้สึกได้ว่า ดีไซน์ดูเชยๆไปหน่อย แล้วจอ 4 นิ้วนั่น ดูแล้วไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ ก็เลยจบความคิดแค่เรื่องภายใน ส่วนเรื่องเครื่องก็คงไม่ต้องคิดต่อแล้ว ภายในไม่ชอบแล้ว ผมคงไม่มีความสุขกับมัน

ถัดมาก็เจ้า Chev Colorado ภายนอกก็ดูดี ภายในเหรอโดนใจเลยแหละ เบาะลายสวย แผงประตูโอเค ชอบมากถือว่ารูปลักษณ์ ดีไซน์ผ่านหมด เลยคิดต่อในเรื่องของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เอา Duramax มาลง โอเคนะ ชื่อเสียงดีเจ้าเครื่องตัวนี้ แต่….เป็นครั้งแรกที่เอามาลงในเมืองไทย ทำให้ความมั่นใจในเครื่องตัวนี้ของผมลดน้อยลงไป อีกทั้งศูนย์บริการก็ไม่รู้จะโอเคป่าว ก็เลยจบกับตัวเลือกนี้

สุดท้ายก็มาที่ Isuzu D-Max รุ่นใหม่หมด ภายในเหมือนกับเจ้าโด้เป๊ะๆ ซึ่งก็ชอบอยู่แล้ว ส่วนเครื่องก็ไม่ใช่ตัวใหม่อะไร เอาตัวเก่ามาปรับปรุงเทอร์โบใหม่ อัดแรงบิด แรงม้าเพิ่มมาหน่อยหนึ่ง แต่ยังคงน้อยกว่าคู่แข่งพอสมควร ประเด็นนี้ก็ไม่ได้เน้นอะไรมากอยู่แล้ว ซึ่งคิดว่าคงแก้ปัญหพวกกินน้ำมันเครื่องในตัว 2.5 ตัวเก่าและ ECM เปราะอย่างที่ป๋าเข้าชอบมาบอกแล้วแหละ แถมความประทับใจที่เคยใช้มังกรทองคันเก่ง ซึ่งไม่เคยมีปัญหาจุจิกกวนใจ ก็เลยตัดสินใจไปจองที่ศูนย์แห่งหนึ่งในเชียงราย แต่บ้านอยู่เชียงใหม่นะครับ ไล่โทรถามทุกศูนย์ในเชียงใหม่แล้วผลออกมาว่าคิวยาวมาก ก็เลยโทรไปเช็คที่เชียงราย โอเคทางนั้นคิวน้อยกว่า ก็เลยตัดสินใจไปจองที่เชียงรายเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2554 รอไปเพลินๆจนวันที่ 27 มกราคม 2555 พี่เซลล์โทรมาบอกว่ารถจะเข้ามาวันที่ 28 ก็เลยตกลงกันว่าตกแต่งรถให้เสร็จแล้วไปรับรถวันที่ 2 กุมภา เลขวันที่สวยดี 02/02/2012 ถึงวันนั้นก็ไปเคลียร์เงินกันแล้วก็พาน้องใหม่หมดกลับบ้าน ซึ่งก็รอแค่ 40 วันเท่านั้นก็ได้มาขับแล้ว

ของแถมในวันจองได้มาน้อยมาก เรียกว่าไม่แถมเลยก็ได้
-น้ำมัน 1000 บาท
-ยางปูพื้นห้องโดยสาร
-ปลอกเข็มขัดนิรภัย
-ของชำร่วย (ได้เป็นนาฬิกาติดผนัง หมอนเล็กๆ กับผ้าเช็ดรถ)
รายการที่ต้องจ่ายเพิ่ม
-ค่าจดทะเบียน 6000 บาท
-ประกันชั้น 1 ของศรีเมือง 15000 บาท
-พื้นรองกระบะแท้ isuzu 5000 บาท
-ฟิล์มหน้าเต็ม+รอบคันเป็นของ Laminar 5000 บาท
-กันสาด 4 ชิ้น 1500 บาท เซลล์บอกว่าของแท้สีไม่ซีดจาง
-ล็อคยางอะไหล่ 1200 บาท
ราคาเจ้าใหม่หมดคันนี้ 798,000 บาท
หลังจากที่รับรถมาแล้วก็เอาไปใส่ LockTech ไว้ถ่วงเวลาโจรได้อีกนิด โดนไปอีก 2700 บาท
–~~~~~~~~~~~~–

ฟิล์มด้านข้างรอบคันผมติด Laminar ANL05 ควันบุหรี่เข้ม ความเข้มแบบบ้านๆที่เรียกกัน เทียบได้ประมาณ 80 ส่วนบานหน้าเต็มผมติด RL50 ฟ้าใส เป็นตัวที่ใสสุดแล้วในซีรีส์นี้ ขับกลางคืนแทบไม่รู้สึกว่ามืดกว่าไม่มีฟิล์ม ซึ่งตัวนี้ชอบมากเพราะเคยติดในรถเก๋งคันเก่า เจอแดดแรงๆ ก็เอาอยู่นะ

ล้ออัลลอยด์ 5 ก้าน ประกบมากับยางสะพานหิน Bridgestone Dueler H/T ขนาด 255/65R17 ใหม่ๆยังวิ่งเงียบดีอยู่ครับ ไม่รู้จะเงียบได้สักกี่ ก.ม. เพราะในดีแมกตัวเก่าของน้าที่เคยขับ ใช้มาได้ไม่ถึงหมื่น ก.ม. ก็เริ่มหอนวู้ๆๆๆ แล้ว
แต่ผมกลับชอบลาย 6 ก้านในรุ่น Z ของ Hi-Lander SpaceCab มากกว่า แต่ตัวนั้นเป็นขอบ 16 ก็เลยจำใจต้องยอมรับ 5 ก้าน ขอบ 17 ไปก่อน ขอขับให้ดอกหมดสักชุด จากนั้นจะ 20 หรือ 22 ก็ค่อยว่ากันอีกที

ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ มีไฟตัดหมอก และไฟเลี้ยวที่กระจกข้าง ซึ่งในรุ่น Z กระจกมองข้างก็ยังเป็นแบบสีเดียวกับตัวรถ ปรับไฟฟ้า แต่พับไฟฟ้าไม่ได้ กากมาก กั๊กไปให้เฉพาะ Z-Prestige วัยรุ่นเซ็งสุดๆ ใส่เพิ่มข้างนอกได้ แต่จ่ายอีกประมาณ 6000 บาท

มาต่อที่เครื่องยนต์บ้าง ตัวนี้ใช้เครื่องยนต์รหัส 4JK1-TCX ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมกับ VGS Turbo อัดม้ามาให้แค่ 136 hp@ 3600 rpm แรงบิดแบบต่อเนื่อง 320 นิวตัน-เมตร @ 1800 – 2800 rpm ดูตัวเลขแล้วน้อยกว่าคู่แข่งพอสมควร แต่ไม่เป็นไรผมไม่ใช่พวกบ้าพลัง ความแรงย่อมสวนทางกับความประหยัด แค่นี้ก็สบายๆแล้ว (ปลอบใจตัวเองนิดๆ)

ด้านในกระจังหน้า มี 3 แผงซ้อนกันอยู่ หน้าสุดเป็นแผงอินเตอร์คูลเลอร์ ถัดไปเป็นคอลย์ร้อนแอร์ ในสุดเป็นแผงหม้อน้ำ ถ้าชนหมาสักทีหนึ่งแบบแรงๆ คงหนักหนาสาหัสไม่เบาเลยเหมือนกันนะครับ ลองลูบๆดูแล้ว ในกันชนเหมือนจะไม่มีคานพลาสติกซะด้วย ชนทีนี่ บอกได้คำเดียวว่า เละ!

ด้านข้างก็มีโลโก้ Hi-Lander พร้อมบันไดข้างในรุ่น Hi-Lander และ V-Cross ดูแล้วก็สวยดี ในคู่แข่งอย่าง Colorado ในรุ่น Z-71 ไม่มีบันไดข้างมาให้นะครับต้องใส่เพิ่มเอง

ด้านท้ายก็มีไฟท้ายซึ่งไฟเบรคและไฟท้ายเป็นแบบ LED ครับ สว่างดีมากๆ แต่ไฟเลี้ยวและไฟถอยหลังยังคงเป็นหลอดไส้เหมือนเดิม ในตัว Z DVD นั้นจะมีกล้องมองหลังมาให้ด้วย มุมมองก็กว้างดีครับ กันชนท้ายแบบสแตนเลส สวยดีแต่ไม่รู้ว่ารถตามหลังเวลากลางคืนจะสะท้อนแค่ไหนนะครับ ไฟเบรคดวงที่ 3 ก็ยังคงเอกลักษณ์เดิมของ Isuzu อยู่ด้านบนของห้องโดยสารที่เดิม
–~~~~~~~~~~~~–
มาดูภายในกันบ้างที่โปรโมทอย่างเว่อ ดีไซน์ภายในดุจอากาศยาน แอบคิดนิดๆ อากาศยานรุ่นไหนว่ะที่มีแบบนี้ 555 มุมเสาเอมีลำโพงทวิตเตอร์อยู่ทั้ง 2 ข้างด้วยนะครับ ไว้เปิด DVD 5.1 ได้เลย เฮลิคอปเตอร์บินผ่านหัวจากขวาไปซ้ายได้สบายๆเลย

บนช่องลำโพงทวิตเตอร์ด้านขวาจะมีไฟแสดงสถานะการทำงานของระบบกันขโมยอยู่ครับ ไฟแดงๆ กระพริบๆ ตัวนี้เป็นตัวแรกเลยนะครับ ที่อีซูซุใส่กันขโมยแบบแตรร้อง ปี้นน ปี้นน ปี้นน มาให้ รุ่นก่อนๆ ไม่มีเน้ออออ

ช่องเก็บของทางฝั่งคนนั่งเยอะดี ที่เพิ่มเข้ามาก็เป็นช่องใส่แก้วน้ำใต้ช่องแอร์ กับช่องเก็บของด้านบนตรงกลางคาดว่าไปลอก Triton มาแน่ๆ ส่วนด้านหน้าตรงๆก็มีช่องเปิดใส่ของ พร้อมช่องจ่ายไฟแบบหัวเสียบที่จุดบุหรี่

ด้านฝั่งคนขับก็มีช่องใส่แก้วใต้ช่องแอร์เหมือนกัน ออพชั่นนี้ เหมือนจะไปลอก วีออสมา 5555555

คอนโซลกลางยาวลงมาถึงเกียร์ บนสุดก็เป็นจอ DVD และก็มีปุ่มปรับแอร์ 3 อัน บนสุดเป็นความเร็วพัดลม ข้างๆด้านซ้ายก็มีปุ่มเปิดไล่ฝ้ากระจกหลัง ล่างซ้ายเป็นตัวปรับช่องลม ซึ่งมีแค่ 3 แบบเท่านั้น น้อยไปไหม????? ล่างขวาเป็นระดับความเย็น

ตรงกลางระหว่างเบาะก็มีที่พักแขน ซึ่งเปิดขึ้นมาใส่ของได้เยอะพอสมควร พร้อมช่องวางแก้ว 2 แก้ว

ด้านหลังของคอนโซลกลาง เปิดออกมาเป็นช่องวางแก้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลังได้อีก และหลังเบาะคนนั่ง จะมีขอเกี่ยวห้อยของได้ถึง 4 ก.ก

เบาะหน้าดีไซน์มาแนวสปอร์ตนิดๆ โอบลำตัวนิดๆ ในรุ่น Z เบาะคนขับจะมีที่ปรับ 2 ตัว อันสั้นปรับเอน และอันยาวปรับความสูงได้ด้วยครับ

เบาะนั่งตอนหลังแบ่ง 60/40 แยกพับยกขึ้นไปได้

ใต้เบาะตอนหลังฝั่งคนขับเป็นช่องเก็บเครื่องมือไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

ส่วนพนักพิงเป็นแบบชิ้นเดียว พับลงมาได้เช่นกันครับ

เบาะตอนหลัง พนักพิงตรงกลางสามารถดึงพับลงมาวางแขนได้ครับ มีเข็มขัดแบบ 3 จุดด้านซ้ายและขวา ส่วนตรงกลางเป็นแบบคาดเอว เหมือนรถทั่วๆไปครับ

–~~~~~~~~~~~~–
มาดูด้านหน้ากันดีกว่า หน้าปัทม์เรือนไมล์ก็ดูเรียบๆ ไม่มีอะไรเว่อ หวือหวาแต่อย่างใด ก้านไฟเลี้ยว ก้านปัดน้ำฝนเหมือนรถทั่วไป ถ้าเทียบกับเจ้าโด้ แฝดคนละฝาแล้ว เจ้าโด้จะเอาฝาครอบมาใส่ แล้วทำให้ขนาดของเกจ์วัดรอบกับไมล์ เล็กลงไปหน่อยหนึ่ง แล้วแต่ชอบแต่ผมว่าของเข้าโด้มันเหมาะกับนรถเก๋งมากกว่า เหมือนเจ้าเฟียสต้า มาอยู่ในกระบะ 100 ปี แล้วเหมือนจะไม่เข้ากัน

พวงมาลัยปรับขึ้นลงได้ ปรับเข้าออกแบบดึงเข้าหาตัวไม่ได้ ส่วนตัวปรับเชยมาก เหมือนรถรุ่นแรกๆ ที่ปรับระดับได้ ฮ่าๆๆๆ ทำไปได้

อีกด้านของพวงมาลัยก็มีปุ่มปรับกระจกมองข้าง ที่เปิดประโปรงหน้า และเปิดฝาเติมน้ำมัน จะเห็นว่าตัวนี้ไม่มีสวิตพับไฟฟ้า กั๊กอีกแล้วคร๊าบบบบ เซ็งจริง

แผงประตูก็มีลำโพง 6×9 อยู่ในคู่หน้าครับเสียงใช้ได้ แต่เปิดดังๆแล้วมีเสียงแบบสะเทือนๆด้วย ถ้าไม่หูทองหูเทพ แต่นี้ก็ฟังเพลินๆขับรถไปชิวๆ แล้วครับ ด้านล่างมีช่องใส่ของกับวางขวดน้่ำเล็กๆได้ด้วย

ประตูด้านคนขับมีปุ่มควบคุมกระจกไฟฟ้าทั้ง 4 บาน ด้านคนขับมีแบบ Auto อันเดียว พร้อมปุ่มล็อคประตู และล็อคกระจกครับ ตัวนี้ถ้าเราจะล็อคประตูโดยไปโยกตัวล็อคด้วยตัวเอง จะล็อคเฉพาะบานนี้บานเดียวครับ ไม่ได้เป็นตัวคุมเซนทรัลล็อค ถ้าจะล็อคบานอื่นด้วย กดปุ่มอย่างเดียวครับ
และก็อีกอย่างคือไม่มีไฟบนปุ่มด้วย กลางคืนต้องงมหาเอาอย่างเดียว ถ้ารุ่นเก่าๆ จะมีไฟเล็กบอกให้เห็น จะลดต้นทุนไปถึงไหน

แผงประตูหลัง มีช่องใส่ลำโพงอยู่ครับ แต่ในรุ่น Z จะไม่มีลำโพงมาให้ ต้องซื้อใส่เอง ผมยังไม่ได้ใส่เลย ไม่รู้ว่ามีสายไฟมาให้แล้วยัง ถ้ามีแล้วก็ง่าย แต่ถ้ายังไม่มี คงได้รื้อกันเยอะแน่ๆ ด้านล่างมีช่องใส่ของกับวางขวดน้่ำเล็กๆได้ด้วย

บนเสาบีจะมีลำโพงเซอร์ราวด์มาให้อีกคู่

มาดูบนเรือนไมล์กัน ว่ามีอะไรให้เล่นบ้าง เม็ดขาวๆตรงวัดรอบ ตัวนั้นเป็นตัววัดแสงครับ เอาไว้ปรับระดับแสงหน้าปัทม์อัตโนมัติ บน MD จะขึ้น AUTO ILLUMI ครับ แล้วก็มีตัวบอกอุณหภูมินอกรถตรงนี้ด้วย

ลองมาเลือกโหมดเล่นดู อันแรกก็จะบอก TRIP กับ ODO

ถัดมาก็จะเป็นอัตราการใช้เชื้อเพลิง INST นั้นจะเป็นแบบ Real Time มีให้เลือก 2 แบบคือแบบตัวเลขกับแบบแท่งซึ่งอันนี้ผมเลือกแบบแท่งไว้ อัตราการสิ้นเปลือง ณ ขณะนั้น ส่วน AVG เป็นค่าเฉลี่ยทั้งหมดที่ใช้มา สามารถเปลี่ยนหน่วยได้ L/100 km หรือ km/L หรือ mpg (ไมล์ต่อแกลลอน)

หน้าถัดไปจะเป็นตัวบอกว่ารถยังสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่ กม. ซึ่งคำนวณจากน้ำมันที่เหลือกับค่าอัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ย

ถัดไปเป็นระยะทางที่วิ่งไปที่เอามาคำนวณค่าต่างๆ และก็มีความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ครับ

หน้าถ้ดไปเป็นระยะเวลาที่ใช้รถมา ค่าพวกนี้ รีเซ็ตได้หมด ยกเว้น ODO ครับ
–~~~~~~~~~~~~–
ต่อไปมาดูขอเล่นอีกอันก็คือจอ DVD นั่นเอง ซึ่งตัวนี้เล่นแผ่นไรท์เองได้ครับ ไม่เหมือนตัว Kenwood เล่นแต่แผ่นแท้

เล่นได้ทั้ง วิทยุ แผ่น Disc CD VCD DVD USB และก็มี AUX ให้ต่อเสียงเข้า แต่ตัวนี้ไม่รองรับลูกเล่นพวก iPhone iPod นะครับ ได้แต่รับเสียงทาง AUX อย่างเดียว ต้องเป็นตัว Kenwood ถึงจะรองรับ iPhone iPod
ส่วน USB นั้น ต้องหาสายต่อที่เป็น mini USB ก่อนนะครับ เสียบตรงๆ ไม่ได้ ซึ่งมันเกะกะมาก น่าจะต่อสายไว่ในเก๊ะเก็บของเหมือน Kenwood ไปซะจะได้จบเรื่อง

จอตัวนี้รับสัญญาณจาก Speed Sensor ด้วย เวลารถวิ่งจะตัดภาพเหลือแต่เสียงครับ แต่ก็สามารถปลดล็อคได้แล้ว ในคลับเค้าทำกันได้แล้วครับ
ส่วนผมไม่อะไรมาก ใช้ไปก่อน นานๆไปค่อยว่ากัน

เครื่องเล่นตัวนี้สามารถต่อบลูทูทกับมือถือได้ครับ โทรออก รับสายผ่านเครื่องเล่นได้เลย เสียงก็จะออกลำโพงรถกันเลย ใครมีกิ๊กก็อย่าต่อไว้ละ ไม่งั้นแฟนนั่งอยู่ด้วยงานเข้าแน่ๆ

นี้เป็นภาพจากกล้องมองหลังครับ จะมีเส้นกะระยะมาให้ด้วย ถอยง่ายดีครับ ดีกว่าเซนเซอร์จุดๆนั่น

สุดท้ายแล้วครับ ช่วงล่างใหม่ แหนบเหนือเพลาที่เมื่อก่อนเซลล์อีซูซุใช้โจมตีคู่แข่งว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายก็มาลงในตัวเอง แถมยังบอกว่าดีกว่าคู่แข่งเพราะยาวกว่า แหมมมมม ตกลงอะไรกันแน่ค๊าบบบ

สรุปสุดท้ายครับ โดยรวมที่ได้ลองขับมา 4xx ก.ม. เรื่องการตอบสนองของอัตราเร่งเมื่อกดคันเร่งลงไป มีหน่วงนิดๆแล้วเสียงเทอร์โบจะดังแรงขึ้นแล้วถึงจะมีแรงดึงออกไปเพิ่มขึ้น การเข้าโค้งก็ทำได้ดีพอสมควร เบรคน้ำหนักพอดีมากสำหรับผม แต่ในช่วงรันอิน อัตราการสิ้นเปลืองยังถือว่าประหยัด ช่วงขับทางเรียบมันก็ขึ้น 15.x นะครับ แต่มันเหลือ 13.4 เพราะอัดขึ้นดอยตรงบ้านอรุโณทัย ไปดอยอ่างขาง มันเลยซดแหลกเลย
ข้อเสียนะครับ
- เสา A ใหญ่ไปครับ จังหวะเข้าโค้งจะบังรถที่สวนมาพอสมควร ต้องเอี่ยวตัวไปมองหน่อยหนึ่ง
- หลายคนในคลับเจอปัญหาเรื่องแหนบดัง แต่ผมไม่รู้ว่าที่ผมได้ยินมันใช่หรือเปล่า เรื่องนี้ต้องติดตามอีกที แต่ถ้ามันไม่เป็นปัญหาในการขับขี่ ก็ถือว่าพอรับได้ แต่ถ้าแก้ให้เงียบได้ ก็ดี
- DVD ตัดภาพเพื่อความปลอดภัยเวลารถวิ่ง ซึ่งพ่วงกับสาย Speed Sensor ทำให้ยุ่งยากในการปลดล็อคนิดหนึ่ง ไม่เหมือนตัว Kenwood ที่ตัดสายแล้วต่อลงกราวน์เส้นเดียวจบ
- ดีไซน์ตรงใต้พวงมาลัย พวกที่ปรับพวงมาลัย เปิดฝากระโปรง ฝาเติมน้ำมัน ผมว่ามันเชยๆ ไปหน่อย

รีวิวฉบับบ้านๆ ของเจ้าใหม่หมด All New Isuzu D-Max
6 votes, 3.00 avg. rating (62% score)
หน้าต่อไป : ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 ดูทั้งหมด หน้าต่อไป
Tags: ข่าวสาร, รถสมาชิก - ISUZU CAR GALLERY, รีวิว All new isuzu d-max